นางทิพเกสร

นางทิพเกสร (นางทิพไกสร)
นางทิพเกสร หรือทิพไกสร เป็นนางเอกจากวรรณกรรมค่าวซอเรื่องนกกระจาบ หรือ สัพพสิทธิ์ ซึ่งมีเนื้อหาโดยย่อว่า 

เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกกระจาบนั้น ได้อาศัยอยู่กับลูกเมียในป่า วันหนึ่งพ่อนกออกไปหากินในดอกบัว จนค่ำมืด จึงถูกหุบขังไว้ในดอกบัวนั้น บังเอิญไฟไหม้ป่าและลูกนกตายในกองไฟหมด เมื่อพ่อนกกลับมาในตอนเช้า แม่นกซึ่ง บังเกิดความเสียใจจึงอธิษฐานว่าหากเกิดมาอีกจะไม่ยอมพูดกับชายใด แล้วกระโดดเข้ากองไฟ ส่วนพ่อนกก็อธิษฐานขอเกิดมา เป็นคู่ครองกันอีก พร้อมทั้งกระโดดเข้ากองไฟด้วยเช่นกัน

แม่นกเกิดมาเป็นธิดาของพระยาเจ้าเมืองพาราณสีชื่อนางทิพเกสร ส่วนพ่อนกเกิดมาเป็นสัพพสิทธิ์กุมาร มีความชำนาญ ในการถอดจิต เมื่อนางทิพเกสรโตขึ้นก็ไม่ยอมพูดกับชายใด พระยาเจ้าเมืองจึงประกาศว่า หากใครทำให้นางพูดด้วยจะยก ให้เป็นชายา เมื่อสัพพสิทธิ์ทราบข่าวก็ชวนจิตตเสนาซึ่งเป็นพี่เลี้ยงตามไปด้วย พี่เลี้ยงได้ออกอุบายถอดจิตไปสิงตามประตู โคมไฟ และพานพระศรี เพื่อตั้งปริศนาโต้ตอบกัน จิตตเสนาแกล้งตอบผิด ทำให้นางทิพเกสรทนไม่ได้จึงตอบแก้ปริศนาทุกครั้ง เมื่อเห็นธิดาตรัสแล้ว พระยาเจ้าเมืองก็ยกนางทิพพเกสรให้เป็นคู่ครองของสัพพสิทธิ์

หลังจากอภิเษกแล้ว สัพพสิทธิ์และจิตตเสนาได้ชวนกันไปเที่ยวป่า เมื่อเห็นกวางนอนตายอยู่ สัพพสิทธิ์จึงถอดจิตเข้าสู่ร่างกวาง ฝ่ายจิตตเสนาคิดทรยศจึงถอดจิตเข้าไปสิงร่างสัพพสิทธิ์แทน และกลับเข้าไปในเมือง ส่วนนางทิพเกสรสงสัยจึงอธิษฐานขอให้ร่างกาย ของตนร้อน จนจิตตเสนาเข้าใกล้ไม่ได้

หลังจากนั้นไม่นาน สัพพสิทธิ์ก็ถอดจิตไปสิงร่างนกแก้วบินกลับมาเล่าเรื่องให้ นางทิพเกสรฟัง เมื่อทราบความจริงนางก็ขอให้ จิตตเสนาถอดจิตไปสิงร่างแพะให้ดู สัพพสิทธิ์จึงถอดจิตเข้าสิงร่างของตนเองได้ ส่วนจิตตเสนาถูกแผ่นดินสูบในที่สุด

บทบาทของนางทิพเกสรที่โดดเด่น คือเป็นผู้ที่มีสติปัญญาเป็นเลิศ สามารถแก้ปริศนาของสัพพสิทธิ์ได้อย่าง น่าชมเชย ดังตัวอย่างคำถามข้อหนึ่งว่า มีชายสี่คนเป็นสหายกัน คนที่หนึ่งเก่ง ทายโหราได้ ทายว่านกจะคาบผู้หญิงผ่านมา คนที่สองเก่งยิงธนู จึงยิงนกตาย ทำให้นางหล่นลงไปในน้ำ คนที่สามเก่งทางว่ายน้ำ ก็เข้าไปคว้าร่างนางขึ้นมา คนที่สี่เก่งทางให้ยา ก็รักษานางให้ฟื้นขึ้นมา สัพพสิทธิ์ถามว่าใครควรจะได้นางเป็นภรรยา จิตตเสนาตอบว่าคนที่หนึ่งซึ่งเป็นผู้ทำนาย สมควรได้ ทำให้นางทิพเกสรทนไม่ได้ จึงออกปากพูดไปว่า คนที่สมควรจะได้นางเป็นภรรยานั้น คือคนที่สามซึ่งว่ายน้ำไปอุ้มนางขึ้นมา เพราะได้ถูกเนื้อต้องตัวกันแล้ว ซึ่งความตอนนี้ กวีผู้แต่งบรรยายว่า

ปุ้นเขาสี่คน พากันชอบรัก แล้วจักถูกหล้างใผจา
ได้เรียงร่วมชิด เป็นสามีกา ส่วนว่าทวารา ประตูตอบถ้อย
ว่าควรหมอดู ได้นางหนุ่มหน้อย เป็นภริยาร่วมเนื้อ
เหตุมันได้หัน คู่วันคู่เชื้อ รู้ก่อนผู้ใดๆ
ไก๋สรนาฏไธ้ ก็ขัดน้ำใจ หลอนปากออกไป ไขจาดั่งอี้
ว่าประตูเหย แต่เดิมก่อนกี้ ท่านยังบ่เคยปากทัก
ปากออกทีเดียว ผิดไปชาตินัก มันจักปากต้านสังจา
ที่สมควรนั้น เชื้อใดบ่จา คนอุ้มออกมา จากน้ำดั่งอั้น
ได้เสียเนื้อตัว หนัวกันกอดฝั้น คนนั้นจิ่งควรดี
คันนางปากแล้ว ฝูงหมู่มนตรี ตีกลองเภรี อุ่นงันอยู่เฝ้า
หื้อรู้เถิงหู กษัตริย์เจื่องเจ้า ว่านางนงเลาปากทัก

ใส่ความเห็น

Filed under นางในวรรณกรรมล้านนา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s